แชร์

เช็กสาเหตุถุงใต้ตาบวม และวิธีรักษาให้ผิวรอบดวงตากลับมาดูสดใส

อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ค. 2026
54 ผู้เข้าชม

เมื่อเรามีอายุเพิ่มขึ้นหรือใช้ชีวิตประจำวันที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ปัญหาถุงใต้ตาบวมมักเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ปรากฏให้เห็นบนใบหน้า อาการเหล่านี้ทำให้ดวงตาดูอิดโรย แลดูเหนื่อยล้า และอาจทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าที่ควรจะเป็น บทความนี้ ALINE Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาว่าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองและทางเลือกทางการแพทย์ เพื่อให้ผิวรอบดวงตากลับมาแลดูสดใสและเพิ่มความมั่นใจให้คุณอีกครั้ง

ถุงใต้ตาบวมคืออะไร?

ถุงใต้ตา (Eye Bags) คือ ภาวะที่ไขมันบริเวณใต้ตาล่างมีลักษณะปูดนูนออกมาเป็นลักษณะคล้ายถุง ทำให้บริเวณใต้ตาดูลึกหรือบวมตุ่ย หลายคนมักมีข้อสงสัยว่า “ใต้ตาบวมเกิดจากอะไร?” ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งโครงสร้างทางพันธุกรรม การเสื่อมสภาพของผิวหนังเมื่ออายุมากขึ้น หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและผิวรอบดวงตา

ปัญหาถุงใต้ตาบวมแท้ vs. ถุงใต้ตาบวมเทียมแตกต่างกันอย่างไร?

การประเมินปัญหาอย่างถูกต้องจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถแบ่งลักษณะของปัญหาได้ 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. ถุงใต้ตาบวมแท้: เกิดจากการที่ถุงไขมันใต้ตาหย่อนคล้อยและปูดนูนอย่างถาวร มักมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม หรือการเสื่อมสภาพของผิวหนังและกระดูกรอบเบ้าตาที่ยุบตัวลงตามอายุ ปัญหาประเภทนี้มักต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์เพื่อช่วยลดความนูนและปรับความเรียบเนียน 
  2. ถุงใต้ตาบวมเทียม: เป็นอาการบวมชั่วคราวที่อาจดีขึ้นได้เอง สาเหตุหลักมักมาจากพฤติกรรม เช่น การร้องไห้หนัก การพักผ่อนไม่พอ หรือปฏิกิริยาจากการแพ้ ซึ่งทำให้เกิดการคั่งของน้ำหรือของเหลวบริเวณใต้ผิวหนังรอบดวงตา

ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไรได้บ้าง?

ใต้ตาบวมเกิดจากอะไร

  1. การพักผ่อนไม่เพียงพอ: ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดการคั่งของของเหลวและทำให้ผิวใต้ตาดูหมองคล้ำและบวมน้ำ
  2. การรับประทานอาหารรสเค็มจัด: อาหารที่มีโซเดียมสูงจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหนังมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่มีผิวบอบบาง 
  3. การขยี้ตาบ่อยหรือรุนแรง: ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยรอบดวงตาอักเสบ เกิดอาการระคายเคืองและบวมช้ำได้ง่าย
  4. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและรบกวนการรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย

เช็กสัญญาณเตือน! อาการถุงใต้ตาบวมบอกโรคอะไรได้บ้าง?

บางครั้งอาการบวมบริเวณรอบดวงตาอาจไม่ใช่แค่เรื่องของผิวพรรณ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายถึงภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น

  • โรคไต: มักมีอาการบวมน้ำแบบสมมาตร (บวมเท่ากันสองข้าง) โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วงเช้าหลังตื่นนอน และหากกดบริเวณที่บวมอาจเกิดรอยบุ๋ม 
  • โรคหัวใจ: มักมีอาการบวมในช่วงเย็น เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ลดลง ทำให้ของเหลวคั่งค้างตามหลอดเลือดฝอย 
  • โรคภูมิแพ้: อาการบวมมักเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกคัน ระคายเคือง ตาแดง หรือน้ำตาไหล ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ 
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ: อาจพบอาการตาโปนหรือใบหน้าอูมบวมร่วมด้วย ระบบเผาผลาญในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

วิธีลดถุงใต้ตาบวมด้วยวิธีธรรมชาติ 

สำหรับผู้ที่มีปัญหาซึ่งเกิดจากพฤติกรรม การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คือแนวทางเริ่มต้นที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง โดยคุณสามารถใช้วิธีลดถุงใต้ตาธรรมชาติ เพื่อช่วยบรรเทาอาการบวมช้ำเบื้องต้น ดังนี้

1. บรรเทาอาการบวมด้วยพลังความเย็นจากแตงกวาและช้อนแช่เย็น 

ความเย็นมีส่วนช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือด สามารถนำแตงกวาหั่นแว่นแช่เย็น หรือช้อนสะอาดแช่เย็น มาประคบบริเวณดวงตาประมาณ 10-15 นาที จะช่วยให้ผิวรอบดวงตารู้สึกผ่อนคลายและลดอาการบวมน้ำได้

2. ฟื้นฟูการไหลเวียนโลหิตรอบดวงตาด้วยถุงชาอุ่นหรือผ้าชุบน้ำอุ่น

หากอาการบวมเกิดจากการคั่งค้างของเลือด การใช้ถุงชาที่ผ่านการชงแล้ว (รอให้อุ่น) หรือผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สารแทนนินในชายังมีส่วนช่วยปลอบประโลมผิวบริเวณรอบดวงตาได้

3. ลดการกักเก็บน้ำใต้ผิวด้วยการปรับพฤติกรรมการนอนและการทานอาหาร

ควรนอนหลับให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และอาจหนุนหมอนให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันของเหลวคั่งค้างที่ใบหน้า รวมถึงลดปริมาณโซเดียมในมื้ออาหาร และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว

รักษาถุงใต้ตาบวมด้วยหัตถการทางการแพทย์ 

หากประเมินแล้วว่าเป็นปัญหาไขมันใต้ตาปูดนูนแบบถาวร การดูแลด้วยวิธีธรรมชาติอาจไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีนวัตกรรมและหัตถการทางการแพทย์หลายรูปแบบที่ช่วยดูแลปัญหานี้ให้แลดูเรียบเนียนขึ้น

1. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการใช้สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid ฉีดเข้าไปบริเวณร่องน้ำตา หรือผิวที่ยุบตัวลง เพื่อปรับระนาบผิวให้ดูตื้นขึ้นและลดมิติของความปูดนูน เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องลึกร่วมด้วย เป็นหัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นน้อยและแลดูเป็นธรรมชาติ

2. การเติมไขมันใต้ตาโดยใช้ไขมันตัวเอง 

เทคนิคนี้จะใช้ไขมันจากบริเวณอื่นของร่างกาย (เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา) ผ่านกระบวนการคัดแยกเนื้อเยื่อไขมัน แล้วนำมาเติมเต็มบริเวณใต้ตา ข้อดีคือช่วยลดโอกาสการแพ้ เพราะเป็นไขมันของตนเอง และให้ผลลัพธ์ที่สามารถอยู่ได้ในระยะยาว

3. โปรแกรม Hifu 

โปรแกรม Hifu เป็นการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ลงสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยให้เกิดการหดตัวและยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นและยังไม่พร้อมสำหรับการใช้เข็ม

เคล็ดลับการเลือกคลินิกและข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ หนึ่งในข้อรู้ก่อนผ่าตัดถุงใต้ตา หรือก่อนตัดสินใจทำหัตถการใด ๆ คือการพิจารณาสถานพยาบาลอย่างรอบคอบ

  • เลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน: ต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง และสภาพแวดล้อมสะอาด ปลอดเชื้อ 
  • ดูแลโดยแพทย์: ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพทย์ผู้ประเมินและทำหัตถการมีวุฒิบัตรและมีความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์รอบดวงตา 
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย.: ตรวจสอบว่าตัวยาหรือเครื่องมือแพทย์ที่คลินิกใช้ เป็นของแท้ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ มีการติดตามผล: คลินิกที่ดีควรมีการนัดหมายติดตามอาการหลังทำอย่างใกล้ชิด

รักษาถุงใต้ตาที่ ALINE Clinic 

ใต้ตาบวมเกิดจากอะไร

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาผิวรอบดวงตาดูไม่สดใส ALINE Clinic โคราช พร้อมให้บริการดูแลโครงสร้างใบหน้าโดยนายแพทย์ภูวิช คงชยะนันท์ (ว.44895) ผู้มีความเข้าใจในสรีระรอบดวงตา สำหรับการผ่าตัดถุงใต้ตาของทางคลินิกมีให้เลือกทั้งเทคนิคการซ่อนแผลด้านในเยื่อบุตา (เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวยังไม่หย่อนคล้อยมาก) และเทคนิคแผลชิดขอบขนตาล่าง (สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บผิวหนังส่วนเกิน) นอกจากนี้ยังมีเทคนิคจัดเรียงไขมัน (Fat Repositioning) เพื่อเกลี่ยผิวให้ดูเรียบเนียน สามารถปรึกษาเราได้ที่ 099-269-2663 หรือ LINE: ALINE Clinic TH

สรุปบทความ

ปัญหาถุงใต้ตาบวม เกิดขึ้นได้จากทั้งพันธุกรรม อายุ และพฤติกรรม การเริ่มต้นสำรวจตัวเองและปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคือจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในระยะยาว การเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกหัตถการที่ตรงจุด จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและคืนความสดใสให้ใบหน้าของคุณกลับมาดูมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการถุงใต้ตาบวมข้างเดียว

1. อาการถุงใต้ตาบวมข้างเดียวเกิดจากสาเหตุใดและมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

มักเกิดจากการระคายเคืองเฉพาะจุด การขยี้ตา หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย/ไวรัส (เช่น เยื่อบุตาอักเสบ) เบื้องต้นสามารถประคบเย็นและงดขยี้ตา หากมีอาการคัน แดง หรือตาแฉะ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและยารักษาอาการติดเชื้อที่ตรงกับอาการ

2. ถุงใต้ตาบวมจากโรคภูมิแพ้และโรคไตมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร?

โรคไตมักทำให้เกิดอาการบวมน้ำแบบสมมาตร (เท่ากันสองข้าง) โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังตื่นนอน และไม่มีรอยแดง ส่วนโรคภูมิแพ้มักมีอาการบวมร่วมกับความรู้สึกคัน ระคายเคือง ตาแดง น้ำตาไหล และมักเป็น ๆ หาย ๆ เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้

3. ดอลลี่อายยอดฮิตกับปัญหาถุงใต้ตาบวมมีความแตกต่างกันอย่างไร?

ดอลลี่อาย (Dolly Eyes) คือมัดกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่อยู่ชิดขอบขนตาล่าง ทำให้เวลายิ้มดวงตาจะดูมีเสน่ห์และใบหน้าแลดูเด็กลง ในขณะที่ปัญหาถุงใต้ตาคือไขมันที่หย่อนคล้อยและปูดนูนอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าดอลลี่อาย ซึ่งจะทำให้เกิดเงาคล้ำและใบหน้าดูเหนื่อยล้า


บทความที่เกี่ยวข้อง
ลักษณะคิ้วตก brow ptosis
เจาะลึกกันว่าปัญหาคิ้วตกเกิดจากอะไร มีลักษณะแบบไหนบ้าง และจะมีวิธี แก้คิ้วตก อย่างไรให้ใบหน้ากลับมาดูเด็กลง สดใส และเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
ใต้ตาบวมข้างเดียวเกิดจากอะไร? รู้วิธีสังเกตอาการพร้อมแนวทางวิธีแก้
มีปัญหาใต้ตาบวมข้างเดียวทำอย่างไรดี? พาทำความเข้าใจสาเหตุ อาการที่ต้องพบแพทย์ พร้อมวิธีแก้ใต้ตาบวมข้างเดียวเบื้องต้น และแนวทางการผ่าตัดถุงใต้ตาโดยแพทย์
ทำตาสองชั้นโคราช ตาปรือ
ตาปรือ เป็นปัญหาที่พบได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่เริ่มมีอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาทางกล้ามเนื้อตา ซึ่งส่งผลให้ดวงตาดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย หลายคนอาจไม่แน่ใจว่าตาปรือเกิดจากอะไร และสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีใดบ้าง บทความนี้จะช่วยอธิบายครบทุกประเด็นจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy