แชร์

การดูดไขมันหน้า ช่วยแก้ปัญหาหน้าบานให้ดูเรียวเล็กได้จริงไหม?

อัพเดทล่าสุด: 15 พ.ค. 2026
34 ผู้เข้าชม

ปัญหารูปหน้าไม่กระชับ หน้าบาน แก้มป่อง หรือมีเหนียงใต้คาง ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความมั่นใจของใครหลายคน แม้จะพยายามควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้ว แต่ไขมันสะสมเฉพาะจุดบนใบหน้าก็มักจะลดยากกว่าส่วนอื่นของร่างกายเสมอ หัตถการดูดไขมันหน้าจึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถเข้าไปจัดการกับไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้าได้อย่างตรงจุด ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูมีมิติและเรียวเล็กลงได้อย่างเห็นความเปลี่ยนแปลง

การดูดไขมันหน้าคืออะไร มีความปลอดภัยมากแค่ไหน?

การดูดไขมันหน้า คือกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเฉพาะทาง สอดท่อขนาดเล็กผ่านผิวหนังเข้าไปเพื่อสลายและดูดเอาไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของใบหน้าออก โดยเทคโนโลยีในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง อาการบวมช้ำจึงเกิดขึ้นน้อย สำหรับเรื่องความปลอดภัยนั้น หากเข้ารับการรักษากับหมอศัลยกรรมที่มีความชำนาญ คลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อนทำ หัตถการนี้ถือว่ามีความปลอดภัยและสามารถช่วยแก้ปัญหาไขมันได้อย่างตรงจุด

ใครบ้างที่เหมาะและไม่เหมาะกับการดูดไขมันหน้า?

ผู้ที่เหมาะ 

  • ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดบนใบหน้า เช่น บริเวณแก้มหรือใต้คาง (เหนียง) จนทำให้โครงหน้าและกรอบหน้าไม่ชัดเจน
  • ผู้ที่มีช่วงอายุประมาณ 20-40 ปี ซึ่งสภาพผิวหนังยังคงมีความยืดหยุ่นดี ทำให้หลังดูดไขมันออกไปแล้วผิวสามารถหดตัวกลับมากระชับเข้ารูปได้
  • ผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้ายังไม่ยอมลดลง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานมาก ๆ หรือมีภาวะอ้วน เนื่องจากวิธีนี้เป็นการปรับรูปหน้า ไม่ใช่การลดน้ำหนักตัว

ผู้ที่ไม่เหมาะ 

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยมาก การดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ผิวดูย้วยกว่าเดิม กลุ่มนี้อาจเหมาะสมกับการผ่าตัดดึงหน้าเพื่อยกกระชับผิวร่วมด้วย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

ดูดไขมันหน้ามีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไรบ้าง?

ข้อดี

  • ช่วยกำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณที่ดื้อต่อการออกกำลังกายได้อย่างตรงจุด
  • ช่วยให้แนวกรามและกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น ปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติโดยใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
  • รอยแผลมีขนาดเล็กมาก และมักจะถูกซ่อนไว้บริเวณที่สังเกตเห็นได้ยาก เช่น ใต้ติ่งหูหรือใต้คาง

ข้อควรระวัง

  • อาจเกิดอาการบวม ฟกช้ำ หรือรู้สึกชาบริเวณที่ทำในช่วงแรกหลังการรักษา
  • บริเวณใบหน้ามีเส้นประสาทและเส้นเลือดสำคัญจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงเพื่อลดความเสี่ยงในการกระทบกระเทือน
  • ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวรหากไม่มีการดูแลสุขภาพ หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไขมันก็มีโอกาสกลับมาสะสมใหม่ได้

บริเวณไหนของใบหน้าที่สามารถดูดไขมันออกได้บ้าง?

  • บริเวณแก้ม : ช่วยลดความอวบอิ่มของพวงแก้มส่วนล่าง ทำให้ใบหน้าดูกว้างน้อยลงและเรียวขึ้น
  • บริเวณกรอบหน้า (แนวกราม) : ช่วยลดไขมันที่บดบังแนวกระดูกกราม ทำให้กรอบหน้าคมชัด มีมิติ
  • บริเวณใต้คาง (เหนียง) : ช่วยกำจัดไขมันที่ห้อยย้อยใต้คาง แก้ปัญหาคางสองชั้น ทำให้ลำคอดูยาวและโปร่งขึ้น

ก่อนไปดูดไขมันหน้าต้องเตรียมตัวร่างกายอย่างไร?

ดูดไขมันหน้า

แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด การแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

  1. งดรับประทานยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย โสม อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ
  2. งดสูบบุหรี่และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมแผลได้ดีและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  3. ในวันทำหัตถการควรสระผมให้สะอาด งดการแต่งหน้า งดใส่คอนแทคเลนส์ รวมถึงสวมใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่าย เช่น เสื้อแบบติดกระดุมหน้า

วิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมันหน้าทำอย่างไรให้ยุบบวมไว?

  1. สวมใส่ชุดกระชับใบหน้าอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวม และกระตุ้นให้ผิวหนังแนบสนิทกับเนื้อเยื่อด้านในได้เร็วขึ้น
  2. ในช่วง 1-2 วันแรก ควรประคบเย็นบริเวณรอบ ๆ เพื่อลดอาการบวมช้ำ และเวลานอนควรหนุนหมอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจเสมอ
  3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารทะเล และอาหารรสเค็มจัด ในช่วง 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการคันแผลและป้องกันภาวะบวมน้ำ
  4. งดการยกของหนัก ออกกำลังกายอย่างหักโหม หรือการทำกิจกรรมที่กระทบกระเทือนใบหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

ดูดไขมันหน้าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์?

หลังจากผ่านการดูดไขมันหน้าไปแล้ว ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกมักจะมีอาการบวมและช้ำเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นกระบวนการฟื้นตัวปกติและจะค่อย ๆ ยุบตัวลงตามลำดับ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าที่กระชับขึ้นในช่วง 1 เดือนแรก อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ อาการบวมหายสนิท และผิวหนังกระชับเข้ารูปอย่างเต็มที่ มักจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ความช้าเร็วจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลและการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุปบทความ

ดูดไขมันหน้า

การดูดไขมันหน้า เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณแก้มและเหนียง เพื่อเผยกรอบหน้าที่ชัดเจนและได้สัดส่วนมากขึ้น แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าได้ตรงจุด แต่ก็ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธีร่วมด้วย 

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการปรับโครงสร้างใบหน้า ที่ ALINE Clinic เรามีทีมแพทย์พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสภาพปัญหาของคุณอย่างรอบด้าน เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูดไขมันหน้า

1. ดูดไขมันหน้าเจ็บมากไหม ต้องดมยาสลบหรือเปล่า?

ในระหว่างขั้นตอนการทำ แพทย์มักจะใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ ทำให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกเจ็บปวดขณะแพทย์ทำการดูดไขมันออก อาจมีความรู้สึกตึงหรือหน่วงเพียงเล็กน้อย จึงไม่จำเป็นต้องดมยาสลบเว้นแต่มีการประเมินเพิ่มเติมจากแพทย์ หลังทำอาจมีอาการระบมซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาได้ตามอาการ

2. หลังดูดไขมันหน้าแล้วผิวหนังจะย้วยหรือหย่อนคล้อยหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับช่วงอายุและความยืดหยุ่นของผิว หากผิวยังมีสภาพดีจะสามารถหดตัวกระชับได้เอง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้เทคนิคดึงหน้า SMAS ร่วมด้วย เพื่อเก็บความกระชับให้กรอบหน้า ซึ่งผู้รับบริการมักจะกังวลว่าหากต้องทำแล้วดึงหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้นานหลายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

3. ไขมันที่ดูดออกไปแล้วจะกลับมาสะสมใหม่ที่หน้าได้อีกไหม?

เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะหายไปอย่างถาวร แต่หากผู้รับบริการปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้นสามารถขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ยาวนาน ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดูแลน้ำหนักตัวให้คงที่อยู่เสมอ


บทความที่เกี่ยวข้อง
facelift
ปีนี้คุณแม่หมูอายุ 67 ปีแล้วค่ะ แต่คุณแม่หมูไม่มีปัญหาเรื่องผิวหน้าที่หย่อนคล้อย หนังตาตก หรือปัญหาอื่น ๆ ที่คนวัยเดียวกันกำลังเจอเลยนะคะ เพราะคุณแม่หมูได้เจอกับคุณหมอภูวิช และ ALINE Clinic ที่ช่วยย้อนวัยให้ใบหน้าของคุณแม่หมูกลับมาเต่งตึง กระชับค่ะ
ดึงหน้ารอบสอง
ทำไมถึงต้องทำศัลยกรรมดึงหน้าครั้งที่สอง? การดึงหน้าครั้งแรก (Primary Facelift) อาจให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ผิวหย่อนคล้อยอีกครั้ง หรือบางครั้งอาจเกิดปัญหาจากการผ่าตัดครั้งแรกทำให้ต้องเข้ารับการแก้ไขหรือ ดึงหน้าครั้งที่ (Revision Facelift)
อาหารลดบวมหลังศัลยกรรมดึงหน้า
อาหารลดบวมหลังทำศัลยกรรมดึงหน้า ที่ช่วยให้ฟื้นตัวไว หน้าเข้าที่เร็ว ลดอาการช้ำบวมอย่างปลอดภัย ด้วยพลังธรรมชาติจาก 5 อาหารเด่นที่คุณไม่ควรพลาด
icon-messenger
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy