แชร์

SMAS คืออะไร? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจเลือกทำหัตถการ

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.พ. 2026
12 ผู้เข้าชม

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นแก้มที่เริ่มห้อยย้อย ร่องแก้มที่ลึกขึ้น หรือกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจนเหมือนเก่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากผิวชั้นนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุหลักมาจากโครงสร้างผิวชั้นลึกที่เรียกว่า "ชั้น SMAS" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในวงการความงามและการศัลยกรรมยกกระชับ 

บทความนี้ ALINE Clinic จะพาไปทำความเข้าใจว่าชั้น SMAS คืออะไร และทำไมการยกกระชับผิวให้ลงลึกถึงชั้นนี้ถึงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างและดูอ่อนเยาว์ได้อย่างยาวนานขึ้น

 

ชั้น SMAS คืออะไร?

ชั้น SMAS คือเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อใบหน้า ย่อมาจากคำว่า Superficial MusculoAponeurotic System โดยตำแหน่งของชั้นผิวนี้จะอยู่ใต้ชั้นไขมันและอยู่เหนือชั้นกล้ามเนื้อ หากเปรียบเทียบโครงสร้างใบหน้าเป็นบ้าน ชั้น SMAS ก็เปรียบเสมือนฐานรากหรือโครงเหล็กของบ้านที่คอยยึดโครงสร้างทั้งหมดเอาไว้ด้วยกัน ลักษณะของมันจะเป็นแผ่นเนื้อเยื่อบาง ๆ แต่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง กระจายตัวอยู่ทั่วใบหน้า ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการทำศัลยกรรมเพื่อดึงหน้าให้ตึงกระชับนั่นเอง

 

ชั้น SMAS ทำหน้าที่อะไร?

หน้าที่หลักของชั้น SMAS คือ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คอยรองรับและยึดเหนี่ยวชั้นผิวหนังและชั้นไขมันส่วนบนไว้กับกล้ามเนื้อด้านล่าง ช่วยควบคุมความเคลื่อนไหวของการแสดงออกทางสีหน้า และที่สำคัญที่สุดคือเป็นตัวกำหนดความตึงกระชับของใบหน้า เมื่อเรายังอายุน้อย ชั้น SMAS จะมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นดี ทำให้ผิวดูเต่งตึง แต่เมื่อเวลาผ่านไปคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้ฐานรากของผิวอ่อนแอและเกิดการหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก

 

ทำไมต้องยกกระชับผิวถึงชั้น SMAS?

ทำไมต้องยกกระชับผิวถึงชั้น SMAS

การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในปัจจุบันมีหลายวิธี แต่ทำไมแพทย์จึงเน้นย้ำเรื่องการยกกระชับถึงชั้น SMAS? 

  • แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ : เนื่องจากชั้น SMAS เป็นฐานรองรับผิวชั้นบน หากเราดึงแค่ผิวหนังกำพร้าหรือหนังแท้ แต่ฐานชั้นล่างยังหย่อนคล้อยอยู่ ไม่นานผิวก็จะกลับมาห้อยย้อยเหมือนเดิม
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ : การยกกระชับจากชั้นลึกจะช่วยให้เนื้อเยื่อทั้งหมดถูกดึงขึ้นไปพร้อมกัน ทำให้ใบหน้าดูตึงกระชับแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตาหรือเหมือนผิวถูกดึงจนเกินไป
  • คงความอ่อนเยาว์ได้นานกว่า : การกระตุ้นหรือปรับโครงสร้างในชั้น SMAS จะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าการทำทรีตเมนต์เฉพาะผิวชั้นตื้น
  • ผิวแน่นและแข็งแรงขึ้น : การส่งพลังงานลงถึงชั้นนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในแนวนอน ทำให้โครงสร้างผิวมีความหนาแน่นและแข็งแรงขึ้นจากภายใน

 

สัญญาณเตือนเมื่อชั้น SMAS เสื่อมสภาพ หน้าหย่อนคล้อย ดูแก่กว่าวัย และดูเพลียตลอดเวลา

ชั้น SMAS คือตัวแปรหลักของความกระชับ เมื่อมันเริ่มหย่อนยานจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของใบหน้าอย่างชัดเจน เช่น แก้มเริ่มห้อยลงมาปิดกรอบหน้า ร่องแก้มลึกขึ้น ร่องมุมปากเด่นชัด และผิวใต้คางเริ่มย้อยจนเห็นเป็นเหนียง ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักทำให้ภาพรวมใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูง่วงนอน หรือดูแก่กว่าอายุจริง

"คนไข้หลายท่านมาปรึกษาด้วยปัญหาหน้าดูโทรม แม้จะพักผ่อนเพียงพอ ซึ่งจริง ๆ แล้วเกิดจากความหย่อนคล้อยของชั้น SMAS ที่ทำให้เนื้อเยื่อบนใบหน้าเคลื่อนตัวลงต่ำ การรักษาที่แม่นยำที่ชั้น SMAS จะช่วย 'Reset' โครงสร้างหน้าให้กลับมายกกระชับและดูสดใสขึ้นได้ชัดเจนครับ" — คุณหมอภูวิช ALINE Clinic

 

นวัตกรรมและเทคนิคการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยถึงชั้น SMAS

แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยถึงชั้น SMAS

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถส่งพลังงานหรือจัดการกับชั้น SMAS ได้โดยตรง ซึ่งแบ่งออกเป็นทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ดังนี้

 

1. การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้า หรือ Facelift คือวิธีมาตรฐานดั้งเดิมและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด โดยศัลยแพทย์จะทำการ ผ่าตัดดึงหน้า เพื่อเลาะชั้นผิวหนังไปจนถึงชั้น SMAS จากนั้นจะทำการเลาะ ตัดแต่ง และเย็บชั้น SMAS ให้ตึงขึ้น 

การรักษาด้วยวิธีนี้ที่ ALINE Clinic จะเน้นความประณีตเพื่อลดโอกาสเกิดแผลดึงหน้า และเพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ แต่หลายคนมักถามว่าการดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี คำตอบคือขึ้นอยู่กับเทคนิคและการดูแลตัวเอง แต่โดยทั่วไปสามารถอยู่ได้นานถึง 5-10 ปีเลยทีเดียว

 

2. Ulthera (อัลเทอร่า)

Ulthera นวัตกรรมยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน Ulthera ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Focused Ultrasound) ยิงลงลึกถึง 4.5 mm. ซึ่งเป็นระดับความลึกของชั้น SMAS โดยเฉพาะ จุดเด่นคือมีหน้าจอ Real-time Visualization ทำให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะทำ ช่วยให้ส่งพลังงานได้แม่นยำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

3. Hifu Ultraformer III

Hifu Ultraformer III เป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลักการ Micro & Macro Focused Ultrasound เช่นกัน แต่จะส่งพลังงานในรูปแบบที่กระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นมีปัญหาความหย่อนคล้อย หรือต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น โดยสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อช่วยให้ผิวหดตัวและกระชับขึ้นได้โดยไม่ต้องพักฟื้น

 

สรุปบทความ ชั้น SMAS คืออะไร

การเข้าใจว่าชั้น SMAS คืออะไร จะช่วยให้คุณสามารถเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด เพราะความสวยต้องเริ่มจากการมีโครงสร้างผิวที่แข็งแรง หากคุณกำลังประสบปัญหาหน้าหย่อนคล้อยหรือต้องการปรึกษาเรื่องการยกกระชับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสูงหรือการผ่าตัดดึงหน้า ที่ ALINE Clinic เรามีทีมแพทย์ชำนาญการพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และดูอ่อนเยาว์สำหรับคุณ

ดึงหน้าผาก ALINE Clinic

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SMAS

1. ทำ Ulthera เจ็บไหมถ้าต้องการยกถึงชั้น SMAS?

ความรู้สึกขณะทำจะมีความรู้สึกอุ่น ๆ และจี๊ด ๆ ใต้ชั้นผิว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังลงลึกไปถึงชั้น SMAS อย่างไรก็ตาม ก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำหัตถการ

 

2. อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มกังวลเรื่องชั้น SMAS?

โดยปกติคอลลาเจนจะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่ปัญหาในชั้น SMAS จะเริ่มเห็นชัดในช่วงอายุ 30-35 ปีขึ้นไป การเริ่มทำหัตถการยกกระชับตั้งแต่อายุยังไม่มากจะช่วยรักษาโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคตได้ดีกว่า

 

3. นอกจากใบหน้าแล้ว เราสามารถยกกระชับผิวชั้น SMAS ในบริเวณอื่นได้ด้วยหรือไม่?

สามารถทำได้ครับ แม้ชั้น SMAS จะเด่นชัดที่สุดบนใบหน้า แต่โครงสร้างพังผืดที่เชื่อมต่อกันนี้ยังครอบคลุมไปถึงบริเวณลำคอ (Platysma) ดังนั้นการทำหัตถการยกกระชับถึงชั้น SMAS จึงนิยมทำควบคู่ไปกับบริเวณลำคอเพื่อเก็บเหนียงและกระชับผิวที่ย้อยใต้คาง


บทความที่เกี่ยวข้อง
deep plane ดึงหน้า
เมื่อส่องกระจกแล้วเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูเหนื่อยล้า หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวราคาสูงเริ่มไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะในวัย 40-60 ปีขึ้นไป ที่ความหย่อนคล้อยเริ่มปรากฏชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หรือหนังตาที่เริ่มตกตามแรงโน้มถ่วง สำหรับชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังมองหาทางออกเพื่อการย้อนวัย คำถามที่พบบ่อยที่สุดเมื่อเข้ามาปรึกษาที่ ALINE Clinic คือ "ควรเลือกดึงหน้าเทคนิคไหนดี?" เนื่องจากปัจจุบันมีเทคนิคทางการแพทย์หลากหลาย ผู้เชี่ยวชาญจึงขอรวบรวมข้อมูลเชิงลึกมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกสิ่งที่คุ้มค่าและเหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลมากที่สุด
ดึงหน้า deep plane facelift
ดึงหน้าแบบไหนดี? มาเจาะลึก 15 ข้อต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าแบบ Deep Plane Facelift พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัยค่ะ
ขมับตอบ ฉีดฟิลเลอร์ เสริมซิลิโคน
ขมับตอบทำให้หน้าดูแก่จริงไหม? รู้ทันสาเหตุและวิธีแก้ไข หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่าขมับที่ยุบตัวลงสามารถส่งผลให้ใบหน้าดูมีอายุขึ้น และทำให้ความสมดุลของโครงหน้าหายไป บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัย และแนะนำแนวทางแก้ไขให้ตรงจุดค่ะ
icon-messenger
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy