ใต้ตาบวมข้างเดียวเกิดจากอะไร? รู้วิธีสังเกตอาการพร้อมแนวทางวิธีแก้

ปัญหาตื่นมาแล้วพบว่ามีอาการใต้ตาบวมข้างเดียว เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูอิดโรยและไม่สดใสแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพดวงตาได้อีกด้วย อาการบวมลักษณะนี้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การขยี้ตาแรง ๆ อาการภูมิแพ้ ไปจนถึงการติดเชื้อที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง บทความนี้ ALINE Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ พร้อมแนะนำวิธีแก้ใต้ตาบวมข้างเดียวอย่างเหมาะสม เพื่อให้ดวงตาของคุณกลับมาแลดูสดใสอีกครั้ง
อาการใต้ตาบวมข้างเดียวมีลักษณะอย่างไร?
อาการบวมที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ตาเพียงข้างเดียวนั้น มักมีลักษณะที่สังเกตได้ดังนี้
- บวมนูนเฉพาะจุด: ผิวหนังบริเวณใต้ตาข้างใดข้างหนึ่งมีลักษณะโป่งพองหรือนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด
- อาการเจ็บหรือปวด: ในหลายกรณีมักมีอาการปวด แสบ หรือกดแล้วรู้สึกเจ็บร่วมด้วย
- มีรอยแดงหรือช้ำ: ผิวหนังบริเวณที่บวมอาจเปลี่ยนสีเป็นสีแดง หรือมีรอยช้ำจาง ๆ หากเกิดจากการบาดเจ็บ
- ตาแฉะและระคายเคือง: อาจมีน้ำตาไหลมากกว่าปกติ รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา หรือมีขี้ตามากร่วมด้วย
อาการใต้ตาบวมข้างเดียว แตกต่างจากถุงใต้ตาปกติอย่างไร?
เพื่อการประเมินเบื้องต้นที่ถูกต้อง การแยกความแตกต่างระหว่างการบวมจากความผิดปกติและถุงใต้ตาตามวัยถือเป็นสิ่งสำคัญ
- อาการใต้ตาบวมข้างเดียว: มักเกิดจากสาเหตุเฉพาะที่ เช่น การบาดเจ็บ การขยี้ตา หรือการติดเชื้อ มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เจ็บ คัน หรือตาแดง
- ถุงใต้ตาปกติ: มักเป็นผลมาจากพันธุกรรมหรืออายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อและผิวหนังหย่อนคล้อยจนไขมันรอบดวงตาปูดนูนออกมา ลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป บวมทั้ง 2 ข้าง และมักจะไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ร่วมด้วย
การติดเชื้อในดวงตาประเภทไหนบ้างที่ทำให้ใต้ตาบวมข้างเดียว?
หากอาการบวมเกิดจากการติดเชื้อ มักจะมาจากสาเหตุหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
- โรคตาแดง (Conjunctivitis): เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบริเวณเยื่อบุตา ทำให้ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดง มีขี้ตา ตาแฉะ และส่งผลให้เปลือกตาหรือใต้ตาบวมได้
- ตากุ้งยิง (Stye): เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ทำให้เกิดตุ่มนูนคล้ายสิว มีหนอง และรู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่บวมอย่างชัดเจน
- การติดเชื้อเนื้อเยื่อรอบดวงตา (Periorbital Cellulitis): เป็นการติดเชื้อที่ค่อนข้างรุนแรงบริเวณผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบดวงตา มักลุกลามจากแผลเล็ก ๆ หรือไซนัสอักเสบ ทำให้ตาบวมแดงและปวดมาก
เมื่อไหร่ที่อาการใต้ตาบวมข้างเดียวอันตรายจนต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?
- มีอาการปวดตารุนแรง และรอยบวมขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
- การมองเห็นผิดปกติ เช่น ตามัว เห็นภาพเบลอ หรือเห็นภาพซ้อน
- มีอาการไข้สูงร่วมกับตาบวมแดง รู้สึกหายใจลำบาก หรือมีสัญญาณของภาวะภูมิแพ้รุนแรง
- บวมจนไม่สามารถลืมตาข้างนั้นได้ตามปกติ
วิธีแก้ใต้ตาบวมข้างเดียวด้วยวิธีธรรมชาติมีอะไรบ้าง?

หากประเมินแล้วว่าอาการเบื้องต้นไม่ได้รุนแรงหรือเกิดจากพฤติกรรมทั่วไป คุณสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยวิธีลดถุงใต้ตาธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้านเพื่อช่วยบรรเทาอาการบวมให้ทุเลาลง
1. การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำจากการบาดเจ็บหรือลดการขยายตัวของหลอดเลือด
การใช้ผ้าสะอาดหุ้มน้ำแข็ง เจลเย็น หรือแม้แต่ถุงชาที่แช่เย็น มาประคบเบา ๆ บริเวณใต้ตาที่บวมประมาณ 10-15 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งช่วยลดอาการบวมน้ำ ลดรอยช้ำจากการบาดเจ็บ และบรรเทาอาการคันจากภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี
2. การประคบอุ่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและบรรเทาท่อน้ำตาอุดตัน
ในกรณีที่ใต้ตาบวมจากตากุ้งยิงในระยะเริ่มต้น หรือท่อน้ำตาอุดตัน การใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น (ไม่ร้อนจัด) ประคบบริเวณดวงตา จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ไขมันที่อุดตันระบายออกได้ง่ายขึ้น และบรรเทาอาการปวดได้
3. การล้างตาด้วยน้ำเกลือที่สะอาดเพื่อลดการระคายเคืองและกำจัดสิ่งสกปรกแปลกปลอม
หากรู้สึกเคืองตาหรือสงสัยว่ามีฝุ่นละอองเข้าตาจนทำให้ขยี้ตาแล้วเกิดอาการบวม การล้างตาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) จะช่วยชะล้างสิ่งแปลกปลอม ลดการระคายเคือง และช่วยรักษาความสะอาดของดวงตาได้อย่างอ่อนโยน
4. การปรับพฤติกรรมงดการขยี้ตาแรงและปรับท่านอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดการคั่งของของเหลว
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตาแรง ๆ เพื่อป้องกันการอักเสบที่มากขึ้น นอกจากนี้ การปรับท่านอนโดยใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย จะช่วยลดการคั่งของของเหลวบริเวณใบหน้าและใต้ตาในขณะนอนหลับ ทำให้ตื่นมาแล้วอาการบวมลดลง
วิธีแก้ใต้ตาบวมข้างเดียวด้วยแนวทางการรักษาทางการแพทย์
เมื่อการดูแลตัวเองเบื้องต้นไม่ทำให้อาการดีขึ้น หรือมีสัญญาณของการติดเชื้อ การไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีแก้ใต้ตาบวมข้างเดียวที่ต้นเหตุคือขั้นตอนที่สำคัญ โดยแพทย์อาจมีแนวทางการรักษาดังนี้
1. การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาหยอดตา หรือยาแก้แพ้ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อรักษาอาการติดเชื้อ
หากพบว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือโรคภูมิแพ้ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาหยอดตา ป้ายตา หรือยารับประทาน เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้แพ้ เพื่อช่วยลดการอักเสบและควบคุมการติดเชื้อไม่ให้ลุกลาม ควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
2. การเข้าหัตถการเจาะระบายหนองหรือผ่าตัดรักษาโดยแพทย์
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตากุ้งยิงที่อักเสบรุนแรง เป็นก้อนแข็ง หรือมีหนองคั่งอยู่ภายใน แพทย์อาจพิจารณาทำการเจาะเพื่อระบายหนองออกอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้นและช่วยบรรเทาอาการ
3. การควบคุมและรักษาโรคต้นเหตุอย่างโรคตาไทรอยด์หรือภาวะผิดปกติอื่น ๆ
ในกรณีที่อาการบวมเป็นผลมาจากโรคประจำตัว เช่น โรคตาไทรอยด์ แพทย์จะมุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคต้นเหตุ เพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนให้สมดุล ซึ่งจะช่วยให้อาการบวมรอบดวงตาค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
การรักษาใต้ตาบวมที่ ALINE Clinic

สำหรับชาวโคราชและพื้นที่ใกล้เคียง หากปัญหาใต้ตาบวมของคุณไม่ใช่อาการอักเสบติดเชื้อเฉียบพลัน แต่เกิดจากโครงสร้างไขมันใต้ตาที่ปูดนูนหย่อนคล้อยตามวัยจนทำให้ใบหน้าดูอิดโรย ที่ ALINE Clinic เรามีแพทย์ที่พร้อมประเมินโครงสร้างรอบดวงตาของคุณอย่างละเอียด เราให้บริการผ่าตัดถุงใต้ตาพร้อมจัดเรียงไขมันด้วยเทคนิคซ่อนแผล ซึ่งเป็นหัตถการที่ช่วยปรับผิวใต้ตาให้กลับมาแลดูเรียบเนียนอย่างดูเป็นธรรมชาติ
สรุปบทความ
อาการใต้ตาบวมข้างเดียวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งจากการแพ้ การบาดเจ็บ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ไปจนถึงการติดเชื้อและโรคประจำตัว การหมั่นสังเกตอาการร่วมและการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ หากปรับพฤติกรรมแล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ต้นเหตุอย่างปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการใต้ตาบวมข้างเดียว
1. อาการใต้ตาบวมข้างเดียวแบบรู้สึกเจ็บกับไม่เจ็บต่างกันอย่างไร?
อาการที่บวมแล้วรู้สึกปวดหรือเจ็บ มักมีสาเหตุมาจากการอักเสบ ติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บ (เช่น ตากุ้งยิง) แต่หากบวมโดยไม่มีอาการเจ็บ มักจะเกิดจากภูมิแพ้ อาการบวมน้ำ หรือเป็นโครงสร้างของถุงไขมันใต้ตาครับ
2. หากใต้ตาบวมข้างเดียวจากตากุ้งยิงสามารถบีบหรือเจาะหนองออกเองได้ไหม?
ไม่ควรบีบ เจาะ หรือพยายามเอาหนองออกด้วยตัวเองโดยเด็ดขาดครับ เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจาย อักเสบรุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและทำการรักษาด้วยเครื่องมือที่สะอาดปลอดภัยครับ
3. อาการใต้ตาบวมข้างเดียวจากการติดเชื้อจะสามารถแพร่กระจายไปยังตาอีกข้างได้หรือไม่?
สามารถแพร่กระจายได้ครับ โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย หากคุณใช้มือสัมผัสตาข้างที่มีอาการแล้วเผลอไปขยี้ตาอีกข้าง เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ตาข้างที่ดีได้ ดังนั้นจึงควรล้างมือให้สะอาดเสมอและงดการขยี้ตาครับ


