เปิดโครงสร้างใบหน้า 5 ชั้น ทำไมการดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane) ถึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

เมื่อเราเริ่มก้าวเข้าสู่วัยที่ต้องการทวงคืนความอ่อนเยาว์ หัตถการอย่างการฉีดฟิลเลอร์ การร้อยไหม หรือการใช้เครื่องยกกระชับ มักจะเป็นสิ่งแรก ๆ ที่เรานึกถึงครับ แต่คนไข้หลายท่านอาจเคยประสบปัญหาว่า ยิ่งเติมเต็มหรือยิ่งร้อยไหม ใบหน้ากลับยิ่งดูอูมแน่น หนา และแสดงอารมณ์ได้ไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นเพราะหัตถการเหล่านั้นทำงานอยู่เพียงแค่ผิวชั้นตื้นเท่านั้นครับ
บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าจึงเลือกศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและคงทน
ใบหน้าของเราประกอบด้วย 5 ชั้นหลัก

ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลก Facial Plastic Surgery Clinics of North America (Surek & Moorefield, 2022) ได้อธิบายไว้ชัดเจนว่า ใบหน้าของมนุษย์เรานั้นถูกแบ่งออกเป็น 5 ชั้นตามระดับความลึก
ดึงหน้าชั้นลึกทำที่ชั้นไหน?
การแก้ไขความหย่อนคล้อยในอดีตมักจะวนเวียนอยู่แค่ในระดับ Layer 1 ถึง Layer 3 ซึ่งเป็นการดึงรั้งผิวหนังชั้นบนให้ตึงเฉย ๆ แต่ต้นตอที่แท้จริงของความร่วงโรยตามวัย เกิดจากการที่เส้นเอ็นยึดตรึงใน Layer 4 เริ่มหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้กลุ่มก้อนไขมันแก้มธรรมชาติสไลด์ตัวต่ำลงมากองด้านล่าง
ด้วยเหตุนี้ เทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก หรือ Deep Plane Facelift จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อลงลึกไปทำการผ่าตัดในชั้น Layer 4 (Sub-SMAS Plane) โดยเฉพาะ ศัลยแพทย์จะเข้าไปปลดล็อกเส้นเอ็นที่ยึดตึงและจัดระเบียบย้ายตำแหน่งโครงสร้างก้อนไขมันและกล้ามเนื้อที่ตกหล่น ให้กลับขึ้นไปล็อกไว้ในตำแหน่งเดิมที่เคยอ่อนเยาว์อย่างประณีต ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ผิวที่ตึงรั้งแบบผิดธรรมชาติ แต่เป็นใบหน้าที่ดูอิ่มฟู มีมิติ อ่อนเยาว์ลงอย่างกลมกลืน และคงอยู่ยาวนานกว่าเทคนิคดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัดครับ อ่านต่อ ศัลยกรรมดึงหน้าเทคนิค Deep Plane Facelift

แหล่งอ้างอิง https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35501058/


