แชร์

เจาะลึกศัลยกรรมดึงหน้าเทคนิคไหนใช่สำหรับคุณ? เปรียบเทียบ SMAS Facelift vs Deep Plane Facelift

อัพเดทล่าสุด: 28 มี.ค. 2026
742 ผู้เข้าชม

เมื่อส่องกระจกแล้วเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูเหนื่อยล้า หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวราคาสูงเริ่มไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะในวัย 40-60 ปีขึ้นไป ที่ความหย่อนคล้อยเริ่มปรากฏชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หรือหนังตาที่เริ่มตกตามแรงโน้มถ่วง

สำหรับชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังมองหาทางออกเพื่อการย้อนวัย คำถามที่พบบ่อยที่สุดเมื่อเข้ามาปรึกษาที่ ALINE Clinic คือ "ควรเลือก ดึงหน้าเทคนิคไหนดี?" เนื่องจากปัจจุบันมีเทคนิคทางการแพทย์หลากหลาย ผู้เชี่ยวชาญจึงขอรวบรวมข้อมูลเชิงลึกมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกสิ่งที่คุ้มค่าและเหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลมากที่สุด

ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) แก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก ได้อย่างไร?

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างใบหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงแค่ "ผิวหนัง" เท่านั้น แต่ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและไขมัน ศัลยกรรมดึงหน้าจึงไม่ใช่เพียงการตัดผิวหนังส่วนเกินออกแล้วเย็บ เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูตึงผิดธรรมชาติและมีโอกาสเกิดแผลเป็น หัวใจสำคัญของการดึงหน้าในยุคปัจจุบัน คือการจัดเรียงโครงสร้างภายในใหม่ให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเหมือนสมัยหนุ่มสาว

การทำศัลยกรรมดึงหน้าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาใบหน้าย่อนคล้อยที่เครื่องยกกระชับหรือการฉีดสารเติมเต็มอาจแก้ได้ไม่ครอบคลุม เช่น

  • ร่องน้ำหมากและร่องแก้มที่ลึกอย่างชัดเจน
  • กระพุ้งแก้มห้อยย้อย ที่ทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมหรือบานขึ้น
  • กรอบหน้า (Jawline) ไม่ชัด และผิวบริเวณคอเหี่ยวย่น
  • หางตาและคิ้วตก ซึ่งทำให้ใบหน้าดูมีอายุเกินจริง

เปรียบเทียบเทคนิคดึงหน้า SMAS vs Deep Plane Facelift ต่างกันอย่างไร?

ในวงการศัลยกรรมตกแต่งปัจจุบัน เทคนิคที่เป็นมาตรฐานสากล (Gold Standard) และเป็นที่ยอมรับมีอยู่ 2 แบบหลัก คือ ดึงหน้าเทคนิค SMAS และ ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane ซึ่งทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการดึงเพียงแค่ชั้นผิวหนัง (Skin Only) อย่างมาก แต่ 2 เทคนิคนี้ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของ "ความลึก" ของชั้นผ่าตัด และ "ความยั่งยืน" ของผลลัพธ์

ดึงหน้าเทคนิค SMAS คืออะไร

คำว่า SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) คือชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ชั้นไขมัน เปรียบเสมือนโครงข่ายตาข่ายที่ทำหน้าที่พยุงใบหน้าเอาไว้

การดึงหน้าเทคนิค SMAS คือกระบวนการที่ศัลยแพทย์จะเข้าไปจัดการยกกระชับที่ชั้นโครงข่ายนี้ โดยการดึงชั้น SMAS ให้ตึงขึ้นและตัดส่วนเกินออก ก่อนจะเย็บปิดผิวหนัง วิธีนี้ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่นิยมทำกันมาอย่างยาวนาน ข้อดีคือช่วยยกกระชับใบหน้าส่วนล่างและลำคอได้ดี

ดึงหน้าเทคนิค SMAS เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับปานกลาง
  • ผู้ที่มีอายุประมาณ 40-50 ปี
  • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาแก้มห้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน

ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม?

สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติสูงสุด เทคนิคที่น่าสนใจคือ ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane ซึ่งถือเป็นเทคนิคขั้นสูงที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ความแตกต่างสำคัญคือ การผ่าตัดจะไม่หยุดอยู่แค่การดึงชั้น SMAS แต่จะเลาะเข้าไปใต้ชั้น SMAS เรียกชั้นนี้ว่า Deep Plane เพื่อเข้าไปปลดล็อกสิ่งที่เรียกว่า "Ligament" หรือเส้นเอ็นที่ยึดเกาะผิวหน้า เปรียบเสมือนการปลดหมุดที่ตรึงผ้าเอาไว้ เมื่อปลดล็อก Ligament ออก ศัลยแพทย์จะสามารถยกกระชับโครงสร้างใบหน้าและพวงแก้มขึ้นได้ทั้งแผงอย่างอิสระโดยไม่ต้องออกแรงดึงผิวหนังมากเกินไป

การดึงหน้าเทคนิค Deep Planeช่วยให้ยกกระชับได้ถึงร่องแก้มและพวงแก้ม (Mid-face) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใบหน้าจึงดูละมุน ไม่ตึงจนดูดุ และผลลัพธ์มีความยั่งยืนยาวนาน

ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก
  • ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก และร่องน้ำหมากลึกชัดเจน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ และอยู่ได้นานกว่าเทคนิคทั่วไป

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ เลือกเทคนิคดึงหน้าแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

การเลือกวิธี ดึงหน้า ให้เหมาะสม ควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก

  1. สภาพปัญหาผิวหน้า หากมีความกังวลเรื่องร่องแก้มลึกมาก การทำ ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า ดึงหน้าเทคนิค SMAS เนื่องจากเข้าถึงต้นตอของปัญหาได้ลึกกว่า
  2. ช่วงอายุ แม้ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว แต่ผู้ที่มีอายุ 50-60 ปีขึ้นไป มักจะได้ประโยชน์จาก ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane มากกว่า
  3. งบประมาณ เทคนิค Deep Plane มักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเนื่องจากเป็นหัตถการที่ซับซ้อน แต่เมื่อเทียบกับระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า ก็นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ขั้นตอนการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังดึงหน้า

ไม่ว่าจะเลือก ดึงหน้าเทคนิค SMAS หรือ ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane การเตรียมตัวและการดูแลรักษาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ก่อนทำ: ควรงดวิตามิน อาหารเสริม และยาละลายลิ่มเลือดทุกชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ รวมถึงงดสูบบุหรี่
  • หลังทำ: ช่วง 3 วันแรกสำคัญมาก ควรประคบเย็นเพื่อลดบวม นอนหมอนสูง และสวมผ้ารัดหน้าตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • การตัดไหม: โดยปกติแพทย์จะนัดตัดไหมในช่วง 7-10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลเริ่มแห้งและจางลง

สรุป ดึงหน้าเทคนิคไหนคุ้มค่าที่สุด?

การดึงหน้า คือการลงทุนเพื่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับ ALINE Clinic มองว่าไม่มีคำว่า "ดีที่สุด" ในภาพรวม มีแต่คำว่า "เหมาะที่สุด" สำหรับคนไข้แต่ละท่าน

หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) หรือจังหวัดใกล้เคียง และยังลังเลว่าจะเลือก ดึงหน้าเทคนิค SMAS หรือจะขยับไปทำ ดึงหน้าเทคนิค Deep Plane แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด การวางแผนการรักษาที่ตรงจุดจะช่วยให้คุณได้ย้อนวัยกลับไปมั่นใจอีกครั้ง ในแบบที่เป็นธรรมชาติและเป็นตัวเองที่สุด ดูรีวิวเคสดึงหน้า

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือส่งรูปมาประเมินใบหน้าเบื้องต้นกับทีมผู้เชี่ยวชาญของ ALINE Clinic ได้ทันที

โทร 0992692663

LINE OA: @alineclinic


บทความที่เกี่ยวข้อง
แผลดึงหน้า
หลังการผ่าตัด หนึ่งในความกังวลที่หลายคนพบเจอคือการเกิด "แผลเป็น" ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจในระยะยาว การดูแลแผลผ่าตัดอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็นและทำให้แผลเรียบเนียน เรามาดูวิธีป้องกันการเกิดแผลเป็นที่ได้ผลกัน
SMAS คืออะไร? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจเลือกทำหัตถการ
ชั้น SMAS คืออะไร? ทำไมการยกกระชับผิวถึงชั้นนี้ถึงช่วยแก้หน้าหย่อนคล้อยได้ดีที่สุด พร้อมเปรียบเทียบหัตถการต่าง ๆ ก่อนเลือกทำ แบบไหนให้หน้าเด็กนาน
ยกริมฝีปากบน upper lip lift
CUPID Lip Lift คือการศัลยกรรมยกริมฝีปากบน ที่ช่วยปรับสัดส่วนปากให้ดูสมดุล อ่อนเยาว์ และมีเสน่ห์มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากบนยาวเกินไป หรืออยากให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
icon-messenger
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy